มก.เปิด “คลินิกสัตว์พิเศษ” ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ขอบคุณที่มาข่าว โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 กันยายน 2552 14:41 น.

มก. เปิด “คลินิกสัตว์พิเศษ” ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยสัตว์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง พร้อมเผยจำนวนสัตว์เลี้ยงเข้ารับบริการกว่า 30 รายต่อวัน และหมื่นกว่ารายต่อปี อีกทั้งยังเปิดให้บริการการเรียนการสอนแก่นิสิต นศ.สัตวแพทย์ของไทย และนศ.ต่างชาติเข้าศึกษาและปฏิบัติงาน

คลินิกสัตว์พิเศษ มก. เปิดบริการรักษาและวินิจฉัยสัตว์เลี้ยงชนิดต่างๆ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ น.สพ.ดร. ธวัชชัย ศักดิ์ภู่อร่าม คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) เปิดเผยว่า คลินิกสัตว์ชนิดพิเศษ โรงพยาบาลสัตว์ มก.เป็นคลินิกเฉพาะทางที่ใหญ่และครบวงจรที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ให้บริการตรวจรักษาสัตว์ โดยสัตวแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญพร้อมด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย
Read the rest of this entry »

ตะลึง”สุนัข”รวมใจกันเห่าหอนร้องเพลงชาติทุกเช้า-เย็นประจำ

วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 16:20:08 น. มติชนออนไลน์

ตะลึง”สุนัข”รวมใจกันเห่าหอนร้องเพลงชาติทุกเช้า-เย็นประจำ เจ้าของแนะนักการเมืองดูเป็นตัวอย่าง

สุดทึ่ง”สุนัข 8 ตัว”ที่จ.ตราด รวมใจกันเห่าหอนหมู่คลอตามเพลงชาติไทยทุกเช้า-เย็นมานานนับปี เจ้าของชี้คนไทยและนักการเมืองน่าจะทำได้ดีกว่าหมา

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าที่บ้านของนางวาสนา แย้มกมล อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/1 ถ.ราษฎร์นิยม ถ.บางพระ อ.เมืองตราด ซึ่งเลี้ยงสุนัขไว้รวมทั้งหมด 8 ตัว ส่วนใหญ่จะเป็นสุนัขพันธุ์ไทย ทั้งนี้ในช่วงเช้าและเย็นของทุกวันที่เป็นช่วงการเทียบเวลา 08.00 น. และ 18.00 น. สุนัขทั้ง 8 ตัวจะพร้อมใจกันเห่าและหอนตามเสียงเพลงชาติไทยทั้งเช้าและเย็น โดยทำเช่นนี้มาเป็นเวลานานนับปี

นางวาสนา เปิดเผยว่า ตอนแรกตนเองไม่ได้คิดว่าสุนัขที่บ้านจะสนใจและเห่าหอนตามเสียงเพลงชาติในตอนเช้า คิดว่าเป็นธรรมชาติของสุนัขที่เมื่อได้ยินเสียงสุนัขที่อื่นเห่าแล้วจะเห่าหอนรับกัน แต่มาระยะหลังเริ่มสังเกตเห็นว่าเมื่อรายการข่าวทางวิทยุในช่วงเช้าจบลง แล้วเป็นช่วงเทียบเวลาก่อนขึ้นเพลงชาติไทย สุนัขที่ชื่อเจ้าปุ๊ยเพศผู้จะเริ่มหอนก่อนเป็นตัวแรก จากนั้นสุนัขที่เหลือก็จะเห่าหอนตามจนจบเพลง

“ตอนแรกเห็นมันเห่าหอนก็คิดว่าเป็นธรรมชาติของมัน จึงไม่ได้สนใจ และเคยดุไม่ให้เห่าหอนเพราะเสียงดัง แต่ตอนหลัง ๆ เริ่มสังเกตเห็นว่าไม่ใช่ โดยเฉพาะช่วงเช้าตนเองจะฟังข่าวทางวิทยุทุกเช้า และเมื่อข่าวจบก็จะมีเสียงเทียบเวลา เป็นเสียงนาฬิกาตี เป้ง เป้ง เจ้าปุ๊ยก็เริ่มหอน และตัวอื่น ๆ ก็จะเริ่มเห่าหอนตามไปจนจบเพลง และพอตอนเย็น เวลา 18.00 น. สุนัขเหล่านี้ก็จะทำแบบเดียวกันอีก แต่สุนัขที่ขึ้นเห่าหอนก่อนเป็นเจ้าเปรี้ยวเพศเมีย จึงเริ่มเอะใจและสงสัยว่าสุนัขบ้านเรามันร้องเพลงชาติหรือเปล่า ก็เลยสังเกตอยู่หลายวัน จนรู้ว่ามันจะทำเช่นนี้เป็นประจำ” ผู้เลี้ยงดูสุนัขทั้ง 8 ตัว กล่าว

นางวาสนากล่าวว่า ทุกวันตอนเช้าก่อนเดินทางไปทำงานที่ศาลากลาง จ.ตราด ป้าจะทำงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ และก็ฟังข่าวทางวิทยุหรือไม่ก็ทีวีไปด้วย ส่วนสุนัขเหล่านี้ก็จะอยู่ที่หน้าทีวีบ้าง หน้าวิทยุบ้าง พอได้เวลาเคารพธงชาติก็จะเริ่มเห่าหอนกันทุกวันตรงตามเวลา โดยในช่วงเช้าจะมีเจ้าปุ๊ย เป็นตัวนำ ส่วนในตอนเย็นจะมีเจ้าเปรี๊ยวเป็นตัวนำ

“ป้าอยากจะบอกให้คนไทยทุกคน โดยเฉพาะพวกนักการเมืองที่มีพฤติกรรมไม่รักชาติบ้านเมืองได้อายเจ้าพวกสุนัขสี่ขาพวกนี้บ้าง แม้มันไม่รู้ประสามันยังรู้ว่าทุกเช้าและเย็นจะมีการร้องเพลงชาติ พวกมันยังพร้อมใจกันเห่าหอน ส่วนพวกเราเป็นมนุษย์น่าจะทำได้ดีกว่ามัน” นางวาสนากล่าว

กทม. ซื้อช้างแร่ร่อน คืนสู่ธรรมชาติ หวังกรุงเทพฯปลอดช้างใน 1 ปี

กทม.เดินหน้าโครงการ “ช้างยิ้ม” ซื้อช้างเร่ร่อนพิการตาขวาบอด มอบสถาบันคชบาลแห่งชาติดูแล พร้อมเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาสมทบทุนบัญชี “ช่วยชีวีช้างไปดูแล” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2552

วันนี้(10 ส.ค.) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในการทำสัญญาซื้อขายและส่งมอบช้าง “ พังบัวคำ ” ช้างเร่ร่อนตาข้างขวาบอด กับนางกรรมกร มาดี เจ้าของช้าง ซึ่งนับเป็นช้างเชือกแรกที่ กทม.ซื้อไปปล่อยตามโครงการ “ ช้างยิ้ม ” โดยเจ้าของช้างมีความประสงค์จะขายในราคา 300,000 บาท กทม.จึงได้เปิดบัญชีรับบริจาคเงินจากผู้มีจิตศรัทธาผ่านทางธนาคารกรุงไทย สาขาย่อยศาลาว่าการ กทม. ชื่อบัญชี “ ช่วยชีวีช้างไปดูแล ” เลขที่บัญชี 088-0-03418-1 ตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อซื้อช้างถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 77 พรรษา 12 ส.ค. 52

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า กทม.มีนโยบายแก้ไขปัญหาช้างเร่ร่อนขอทานให้หมดไปจากกทม.ภายใน 1 ปี ด้วยวิธีการแก้ปัญหาที่ครบวงจรไม่เฉพาะการขับไล่ออกจากพื้นที่เท่านั้น แต่รวมไปถึงการช่วยดูแลคุณภาพชีวิตของช้างและควาญเจ้าของช้างให้มีความเป็นอยู่ที่ดี มีความมั่นคงทั้งด้านที่อยู่อาศัยและรายได้ ซึ่งในส่วนของควาญช้าง องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จะจัดหางานให้ทำด้วย ภายหลังเปิดบัญชีรับบริจาคดังกล่าวเพียง 1 สัปดาห์ มียอดเงินบริจาคเข้าบัญชีแล้วเกือบ 800,000 บาท และงานในวันนี้ยังมีผู้บริจาคเพิ่มเติมอีกกว่า 200,000 บาท นับเป็นนิมิตหมายอันดีที่มีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก

“สำหรับควาญช้างคนอื่นๆ ไม่ได้หมายความว่าจะนำช้างมาขายให้เราตามใจชอบได้ หากยังคงนำช้างเข้ามาเร่ร่อนใน กทม. เราจะเอาข้อบัญญัติเรื่อง ช้าง มาบังคับใช้ในโดยการอายัดช้างครั้งละ 30 วัน ซึ่งไม่ต้องรอ พ.ร.บ.ช้าง พ.ศ…. ที่อยู่ระหว่างการขั้นตอนการทำประชาพิจารณ์” ร.ม.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว

ทส.ฝึกหมาพิสูจน์ซากพืช ซากสัตว์ สกัดลักลอบค้าสัตว์ป่า

10 สค. 2552 20:20 น.

นายเกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมอุทยานฯ ได้จัดตั้งโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า จากที่ปัจจุบันมีการลักลอบขนซากพืชและซากสัตว์ผ่านด่านต่างๆทั่วประเทศ ซึ่งมีมากกว่า 17 ด่าน โดยอำพรางซุกซ่อนปะปนกับสินค้าในหลากหลายวิธีการ ทำให้ยากต่อการตรวจค้น นอกจากนั้นในการที่เจ้าหน้าที่ไปตรวจค้นรถต้องสงสัยก็เสี่ยงต่อความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ และหลายกรณีเจ้าหน้าที่ก็ถูกฟ้องร้องค่าเสียหาย หรือถ้าจับของสิ่งผิดกฎหมายได้ก็ใช้เวลานานกว่า 15-30 วัน ในการตรวจพิสูจน์ซากพืชและซากสัตว์ กรมอุทยานฯจึงนำสุนัขพันธุ์ลาบาดอร์ ซึ่งถือเป็นสุนัขที่มีความสามารถในดมกลิ่น ฝึกง่าย และปัจจุบันหน่วยงานด้านทหาร-ตำรวจก็นำสุนัขพันธุ์มาใช้ในภารกิจการตรวจจับสิ่งผิดกฎหมาย เบื้องต้นฝึก 4 ตัวนำโดยครูฝึกจากหน่วยทหาร และกำลังจะฝึกเพิ่มอีก 6 ตัว ซึ่งจะเริ่มนำสุนัขที่ฝึกไปประจำด่านตรวจจับพิสูจน์ซากในวันที่ 1 กันยายนนี้

อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวอีกว่า สุนัขที่มาประจำด่านผ่านการฝึกดมกลิ่นพิสูจน์ซากสัตว์มาอย่างดี สามารถจำแนกแยกแยะชนิดของเนื้อสัตว์ป่าและสัตว์บ้านได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการดมกลิ่นของเนื้อกวาง ตัวลิ่น และนกกรงหัวจุก โดยตรวจจับได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วได้ผลถึง 90 เปอร์เซนต์ ตรงจุดเกิดเหตุโดยไม่มีค้นของกลาง เพื่อป้องกันการฟ้องร้องและไม่ต้องส่งซากสัตว์ป่าไปพิสูจน์ในห้องแลปที่ทำให้เสียเวลามาก นอกจากนี้กรมอุทยานฯยังมีโครงการฝึกสุนัขไทยพันทางประจำด่านตรวจซากสัตว์ป่าด้วย ซึ่งอาจต้องใช้เวลาเพราะสุนัขไทยจะมีสมาธิสั้นและลืมง่าย แต่ฟาร์มสุนัขหลายแห่งได้สนใจที่จะบริจาคสุนัขพันธุ์ลาบาดอร์ เพื่อใช้ในภารกิจนี้มากกว่า 10 ตัว

ขอบคุณที่มา เนชั่นทันข่าว-พันทิปดอทคอม

อนาถช้างน้อยเร่ร่อนถูกไฟฟ้าดูดตาย

10 สค. 2552 20:51 น.

เกิดเหตุสลดใจขึ้น ที่บริเวณถนนหน้าร้านอาหารยายชิ้น ชุมชนท้ายบ้าน 2 เขตเทศบาลเมืองชลบุรี อ.เมือง จ.ชลบุรี โดยลูกช้างเพศเมีย อายุ 5 ปีเศษ ชื่อ ปวีณา หรือน้องแน็ท ถูกไฟฟ้าดูดจนเสียชีวิต ซึ่งสายไฟอยู่ในท่อนเหล็กแป๊บ ซึ่งฝังไว้ ภายในมีการต่อสายไฟฟ้าไว้ใช้สำหรับใช้กับไฟส่องทาง โดยมีประชาชนกว่า 100 คนมายืนมุงดู พร้อมทั้งส่งเสียงสาปแช่งผู้รับเหมาก่อสร้างปรับปรุงถนนสายดังกล่าว

จากการสอบถามนายกิตตินันท์ ศาลางาม อายุ 37 ปี บ้านเดิมอยู่ที่ 42 หมู่ 13 ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ เจ้าของช้าง กล่าวว่า ตนพร้อมด้วยน้องแน็ท ได้เดินทางมาจาก จ.สุรินทร์ และมาพักที่บริเวณถนนบายพาส ต.หนองข้างคอก อ.เมือง จ.ชลบุรี พร้อมกับพรรคพวกที่นำช้างมาด้วย 3 เชือกนานประมาณ 1 เดือนเศษ หลังจากนั้นได้พาน้องแน็ท ตระเวนขายอาหารช้างเลี้ยงชีพไปวันๆ โดยในวันที่เกิดเหตุได้พาไปร้านยายชิ้น และกำลังจะเดินไปขายอาหารที่ร้านอาหารหน้าอำเภอ พอเดินผ่านบริเวณที่เกิดเหตุ น้องแน็ทเกิดทรุดลงไปทันที เพราะไปเหยียบเหล็กแป๊บที่มีไฟฟ้า ทำให้เกิดอาการชักประมาณ 10 นาที และตายทันที ตนได้พยายามเข้าไปช่วยเหลือ แต่ก็โดนไฟดูดเหมือนกัน

ขอบคุณที่มา – พันทิปดอทคอม-เนชั่นทันข่าว

ทำเว็บการกุศลแบบนี้ต้องเคลียร์ตัวเอง…

การเขียนหัวข้อนี้สืบเนื่องจาก น้องชายทักขึ้นมาขณะกำลังลงโค๊ดผู้สนับสนุนเว็บ ซึ่งก็คือหากผู้เข้าชมเว็บคลิ๊กเข้ามาก็จะเป็นรายได้ต่อคลิ๊กมาสนับสนุนเว็บ

ผู้เขียนไม่ได้คิดอะไรเลยว่าจะต้องมาเขียนเคลียร์ตัวเองก่อน เพราะว่า การสร้างเว็บแห่งนี้ คือความตั้งใจที่จะทำไปพร้อม ๆ กับเว็บเผยแผ่งานเขียนของตัวเอง และเว็บขายของส่วนตัว ที่กำลังศึกษาอยู่เช่นกัน เว็บแห่งนี้ ตั้งใจแค่จะเป็นที่ให้ข้อมูลเรื่องราว เกี่ยวกับความน่าเวทนาของสัตว์ต่างๆ เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกของผู้ที่เผอิญผ่านมาเท่านั้นเอง และลงรายชื่อมูลนิธิ องค์กรที่ผู้เขียนพอเชื่อถือว่าได้ทำงานด้านสงเคราะห์สัตว์อย่างจริงจังและจริงใจ

การลงผู้สนับสนุนก็เพื่อหากมีรายได้ผ่านเข้ามาก็จะได้นำมาพิจารณาช่วยเหลือเคสสัตว์ยากไร้ที่ผู้เขียนเห็นควร หากมีจำนวนมากก็จะได้สนับสนุนองค์กรหรือมูลนิธิ ผู้ที่ทำงานด้านนี้ต่อไป อีกทั้งหากใครรู้จักระบบนี้ก็จะเข้าใจดีว่า รายได้ต่อคลิ๊กมันไม่ได้มากมายมหาศาลเลย แค่คลิ๊กละไม่กี่สตางค์ราวสิบสตางค์ ตามแต่ละโฆษณาที่เค้าส่งเข้ามา ผู้เขียนเองลงโฆษณานี้ไว้ในเว็บงานเขียนเกือบหนึ่งปี ได้รายได้มา…0.48 เหรียญสหรัฐ ซึ่งก็อยู่ในบัญชีที่เค้ายังไม่ได้จ่าย เพราะมันน้อยมาก ๆ

สำหรับผู้ที่เชี่ยวชาญด้านนี้ หลาย ๆ คนมีรายได้เป็นหลักแสนก็มี ซึ่งนั่นคือผู้ที่ทำเป็นอาชีพ มีการนำเว็บไปโปรโมทเรียกคนเข้าเว็บอย่างเป็นระบบ แต่ผู้เขียนไม่ได้มีอาชีพด้านนี้ จึงขอให้ผู้ที่เข้ามาอย่าได้คาดหวังว่าผู้เขียนจะสร้างให้เว็บมีรายได้จากการบริจาคมากมายลักษณะนั้นน่ะค่ะ

ผู้เขียนไม่ได้คิดว่ามันจะมีอะไรมากมายเพราะผู้เขียนเองไม่ได้เก่งด้านนี้ พอที่จะไปโปรโมทเว็บเป็นจริงเป็นจัง จนมีผู้คนเข้ามามากมาย เว็บต่าง ๆ ที่ทำก็เพื่อแสดงงานเขียนของตัวเอง รวบรวมความรู้ที่ผู้เขียนสนใจ อยากเผยแผ่ต่อไว้ในที่ๆ เดียว ซึ่งโดยมากจะเป็นด้าน แม่และเด็ก สุขภาพและความงาม ระหว่างรอการขัดเกลา การตกผลึกด้านความคิดจนงานเขียนผลิตออกเป็นรูปเล่ม แต่ละเว็บผู้เขียนลงผู้สนับสนุนไว้เผื่อเป็นรายได้ทางหนึ่งเสริมขึ้นมาเท่านั้น ในขณะที่ผู้ที่เข้าชมลิงค์โฆษณาต่าง ๆ เหล่านั้นก็ได้ข้อมูลความรู้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง

เว็บแห่งนี้เปรียบได้กับเป็นป้ายโฆษณาป้ายหนึ่งที่ปักอยู่ข้างทาง ผู้เขียนเป็นคน สร้างป้ายนั้นกับมือ ออกค่าเช่าพื้นที่ป้ายนั้นเอง ทำด้วยความสบายใจไม่ได้คิดค้าหากำไร

แต่เมื่อน้องชายจุดประกาย จึงได้เข้าใจทันทีว่าควรจะอธิบายไว้ก่อน จะเป็นการดีกว่า เพราะผู้คนนั้นมีความคิดต่างกัน

เอาเป็นว่า หากมีผู้ใดประสงค์ที่จะดูรายรับจากคลิ๊กเหล่านี้ ติดต่อมาได้นะคะ ด้วยความยินดีค่ะ

มีมี่ ซู

เจ้าขาวแสนรัก

ชีวิตที่ผ่านมาสามสิบเอ็ดปีของฉัน จะว่าไปแล้วอาจจะเรียกได้ว่าฉันโชคดีเหลือเกินที่มีความสุขมากกว่าเพื่อนร่วมโลกอีกหลายพันล้านคน
ฉันเติบโตมาในครอบครัวชนชั้นกลางที่พอมีพอกินตามอัตภาพ เมื่อจบการศึกษา ฉันก็ได้รับโอกาสในการเข้าทำงานกับธุรกิจกลุ่มเกษตรยักษ์ใหญ่ของประเทศในทันที ชีวิตการทำงานเป็นเรื่องสนุกสนานและท้าทายมากสำหรับฉัน การเปลี่ยนงานอีกสองบริษัทภายในแปดปีหลังจากนั้นก็ทำให้ฉันได้ประสบการณ์ชีวิตที่ดียิ่งขึ้นไปอีกนอกเหนือไปจากรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นเป็นหลายเท่าตัว เมื่อได้พบรักกับนักธุรกิจหนุ่มจิตใจดี ฉันลาออกจากงานประจำเพื่อมาช่วยธุรกิจสามี ถึงแม้จะรู้สึกสับสนและไม่มั่นคงในช่วงแรก ๆ ของการแต่งงานจากความเคยชินที่ฉันออกจากบ้านไปทำงานที่รักทุกวัน แต่สี่ปีแห่งการใช้ชีวิตร่วมกันสามีก็ได้พิสูจน์ให้ฉันแน่ใจได้แล้วว่าฉันมีครอบครัวที่อบอุ่นมั่นคง กลางปีหน้าฉันก็จะเป็นผู้ให้กำเนิดทารกน้อย ๆ น่ารักให้แก่โลกใบนี้อีกหนึ่งคน ไม่มีอะไรอีกแล้วในโลกนี้ที่ฉันต้องการจะไขว่คว้าให้กิเลสตัณหามาครอบงำจิตใจจนเกิดทุกข์ นอกเสียจาก “เจ้าแมวน้อยน่ารักสีขาวตัวหนึ่ง”
Read the rest of this entry »

หญิงชรากับหมาแก่

ท้องฟ้ายามเช้าในฤดูฝนอันปกคลุมไปด้วยกลุ่มก้อนเมฆอันดำครึ้มแลดูหม่นหมอง แต่เมื่อจ้องลึกลงไปในดวงตาอันเต็มไปด้วยความชอกช้ำใจของหญิงสูงวัยร่างผอมที่อยู่ตรงหน้าแล้วนั้น มีมี่รู้สึกหมองหม่นเสียยิ่งกว่า
“โกวอยากตาย อยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์ ไม่รู้ว่าทำไมไม่ตาย ๆ ไปซะ”…
หญิงชราวัยเจ็ดสิบปี เอ่ยขึ้นมาเบา ๆ แววตาและน้ำเสียงเต็มไปด้วยความขมขื่น หยาดน้ำใสกระเพื่อมอยู่ในเบ้าตาอันเหี่ยวแห้ง ด้วยความกระอักกระอ่วนใจ มีมี่ขยับตัวไปด้านหลังแล้ววางมือลงบนบ่าของแก บีบนวดปลอบโยนเบา ๆ
มีมี่เรียกหญิงชราว่า “อาโกว” และเรียกลูกชายของแกว่า “อาเฮีย” ชาวไทยเชื้อสายจีนเข้าใจดีว่า “โกว” หมายถึงน้องสาวของพ่อ ซึ่งก็คือ “คุณอา” นั่นเอง ส่วน “อาเฮีย” หมายถึง พี่ชาย ซึ่งก็คือการเรียกตามศักดิ์ในหมู่เครือญาติกัน
ราวห้าสิบปีที่โกวหงส์ น้องสาวคนเล็กของพ่อของมีมี่งดงามราวดอกไม้แรกแย้ม อายุได้ไม่ถึงยี่สิบปี ก็ถูกส่งตัวไปแต่งงานกับคหบดีในจังหวัดสงขลาและมีลูกชายกับเขาหนึ่งคน สามีของแกล้มเจ็บลงหลังสามสิบปีของการแต่งงานเนื่องจากตรากตรำงานหนักเพื่อครอบครัวและจากไปในที่สุด แกครองตัวเป็นหม้ายเลี้ยงลูกชายคนเดียวมาด้วยความรักและทะนุถนอม
หลังจากงานศพสามีของโกวหงส์ มีมี่ก็ไม่ได้พบเจอแกอีกเลย กระทั่งได้ข่าวว่าครอบครัวแกย้ายขึ้นมากรุงเทพ “อาเฮีย” มีลูกแปดคนจากภรรยาสี่คน ความหล่อเหลาของเขาดึงดูดสตรีเพศเข้าหา แน่นอนว่า เขาไม่เคยปฏิเสธใครเลย… ปัญหาก็คือ ผู้หญิงในชีวิตของเขาล้วนแล้วแต่มีจิตใจที่ตรงข้ามกับความงามบนใบหน้าของพวกเธอ…
นั่นคือที่มาของความทุกข์ใหญ่หลวงของผู้เป็น แม่…
Read the rest of this entry »